ล้างมือถูกวิธี ห่างไกลโรค


     ปัจจุบันโรคติดต่อหลายชนิดเกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดการตื่นตัวทางการป้องกันโรคมากขึ้น มีการป้องกันการติดเชื้อทางด้านต่างๆทั้งทางด้านอาหาร น้ำ สิ่งแวดล้อม การใช้เครื่องมือ
เพื่อป้องกันโรค เช่น ผ้าปิดจมูก ถุงมือ หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย เช่น สบู่ฆ่าเชื้อ สเปรย์ฆ่าเชื้อ แต่หากพิจารณาจากความคุ้มค่าราคากับวิธีการป้องกันโรคติดต่อเห็นจะไม่มี วิธีใดที่ดีไปกว่า “การล้างมือ” ทำไมต้องให้ความสำคัญกับการล้างมือ

     โรคติดต่อหลายโรคมีมือเป็นพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การล้างมือเป็นวิธีการป้องกันโรคติดเชื้อทั้งทางเดินหายใจและการสัมผัส โรคที่ติดต่อและทำให้เสียชีวิต คือ ไข้หวัดมรณะหรือซาร์ ไข้หวัดนก
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างมืออย่างถูกวิธี เพราะว่ามือถือเป็นอวัยวะที่คนเรา ใช้สัมผัสกับสิ่งต่างๆรอบตัวมากที่สุด ทั้งยังสามารถเข้าไปได้ในทุกๆซอกของร่างกาย นับเป้นพาหะนำเชื้อโรคที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดและความเหมาะสมต่อการเป็นพาหะนำเชื้อโรคที่ดีของมือ คือ มีความชื้นตลอดเวลา ทำใหเชื้อมีชีวิตอยู่ได้เป็นวันๆ

โรคอะไรบ้างที่มือเป็นพาหะนำโรคได้

   ในทางการแพทย์โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารทั้งหลายมักถูกเรียกว่า ติดต่อแบบ Fecal-oral route หรือติดจากกันสู่ปากในความหมายก็คือ เชื้อออกจากคนหนึ่งแล้วไปติดต่อเข้าทางปากอีกคนหนึ่ง ซึ่งในความเป็นจริง คงไม่มีใครไปติดเชื้อโดยตรงอย่างนั้นแต่ต้องติดแบบมีที่มาที่ไป เช่น ติดมากับอาหาร หรือเอาอะไรก็ตามที่มีเชื้อเข้าไปที่ปาก ตัวอย่างโรคได้แก่ โรคท้องเสียนานาชนิด โรคตับอักเสบเอ โรคติดเชื้อตามช่องบนหัว เช่น ตาแดง สิว จมูกอักเสบ โรคกลุ่มการติดเชื้อทางเดินหายใจ แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นการติดเชื้อจากภายนอกเข้าไป แต่ส่วนหนึ่งก็สามารถเกิดการติดต่อจากเชื้อที่มีในตัว ซึ่งเหล่านี้ก็มักจะได้มาจากการไปจับบริเวณที่มีเชื้อภายนอกตัว แล้วมาล้วงแคะแกะเกาจนทำให้เชื้อมาอาศัยบนตัว จนเกิดการติดเชื้อและก่อโรคในตัวคนนั้นๆ

ควรล้างมือเมื่อไหร่บ้าง

    ทุกๆคนควรให้ความสำคัญกับการสร้างสุขนิสัยที่ดีด้วยการล้างมือทำความสะอาดมือ ภายหลังทำกิจกรรมต่างๆโดยเน้นว่า หากยอมเสียเวลาเพียง 20-30 วินาที ด้วยการล้างมือที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะทำก่อนและหลังที่ทำกิจกรรมดังต่อไปนี้
1. ก่อนและหลังสัมผัสตัวผู้ป่วย
2. หลังถอดถุงมือ
3. ก่อนและหลังทำหัตถการ
4. ทุกครั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ/ห้องส้วม
5. ทุกครั้งก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร
6. หลังจากการจามหรือไอ หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ชาย
7. ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้
8. หลังทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน
9. ทำความสะอาดหลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง
10. ภายหลังจากออกไปปฏิบัตาภารกิจนอกบ้าน
11. ก่อนและหลังการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องมีการสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

รูปภาพที่เกี่ยวข้องล้างมือยังไงจึงจะถูกต้อง

   มีการศึกษาวิจัยพบว่า การล้างมือด้วยน้ำเปล่าและสบู่แล้วเอามือไปทาบกับอาหารเพาะเชื้อ พบว่าปริมาณเชื้อต่างกันอย่างลิบลับ นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยเรื่องการล้างมือชี้ให้เห็นว่า การล้างมือของคนทั่วไป มักจะล้างไม่สะอาดและไม่ทั่วถึง ส่วนใหญ่มักสะอาดแค่ฝ่ามือส่วนปลายนิ้วที่เป็นส่วนที่นำเชื้อโรคได้ดีมักจะยังสกปรกอยู่ ดังนั้น จะเห็นได้ตามโรงพยาบาลหลายแห่งจะมีป้ายแสดงการล้างมือที่ดีไว้ 7 ขั้นตอน เพื่อให้การล้างมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ











แหล่งที่มา: http://www.rpphosp.go.th/helth/h5.html

ความคิดเห็น