![]() |
คนที่เดินทางมาสายอาหารคลีน หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ลดความอ้วนห่วงหุ่นสวยแต่ดันอยากกินขนมหวานมาทางนี้
ในเมื่อชีวิตขาดความหวานไม่ได้ก็ต้องกินใช่ไหมคะ ? แต่ในเมื่ออยู่ในโหมดลดความอ้วน หรือกำลังมุ่งมั่นกินอาหารคลีนอยู่ การจะมาทรยศด้วยการกินขนมหวานก็คงผิด แต่นั่นก็ไม่เสมอไปหรอกค่ะ เพราะถ้าเราอยากก็ต้องกิน ! วันนี้bloggerเรามี 5 เมนูของหวานคลีน ๆ มาฝาก หลากหลายเมนูเบเกอรี่ไม่อ้วน ระบบระเบียบการลดน้ำหนักไม่เสีย สาว ๆ จะได้ไม่ลงแดงจนชีวิตพัง
ในเมื่อชีวิตขาดความหวานไม่ได้ก็ต้องกินใช่ไหมคะ ? แต่ในเมื่ออยู่ในโหมดลดความอ้วน หรือกำลังมุ่งมั่นกินอาหารคลีนอยู่ การจะมาทรยศด้วยการกินขนมหวานก็คงผิด แต่นั่นก็ไม่เสมอไปหรอกค่ะ เพราะถ้าเราอยากก็ต้องกิน ! วันนี้bloggerเรามี 5 เมนูของหวานคลีน ๆ มาฝาก หลากหลายเมนูเบเกอรี่ไม่อ้วน ระบบระเบียบการลดน้ำหนักไม่เสีย สาว ๆ จะได้ไม่ลงแดงจนชีวิตพัง

1. ขนมเค้กคลีน
สูตรเค้กได้มาจากการดูยูทูบของคนเมนูวีแกน (Vegan) หรือคนที่รับประทานมังสวิรัติ บอกได้เลยว่าง่ายมาก ๆ ค่ะ ไม่ต้องมีเครื่องอบก็ทำได้ เลยลองปรับสูตรตามที่ตัวเองชอบ ตัวฐานปั่นอัลมอนด์ วอลนัท และอินทผลัม จากนั้นอัดให้เป็นฐาน แช่เย็นให้เซตตัว ตัวเนื้อเค้กชิ้นนี้ใช้มันหวานบดกับน้ำมันมะพร้าวออแกนิกส์ เติมกลิ่นวานิลลา ถ้าใครชอบหวานเพิ่มก็ใส่เมเปิลไซรัปลงไปแทนน้ำตาล ชั้นที่สองบดถั่วแดงกับส่วนผสมเดียวกัน และชั้นสุดท้ายคือ ฟักทองญี่ปุ่นค่ะ
ใครที่ไม่ชอบเนื้อเละ ๆ ของอะโวคาโด ได้ยินชื่อเมนูนี้อาจจะเกิดอาการไม่อยากกินขึ้นมาทันที แต่พอลองทำออกมาแล้วแทบจะลืมกลิ่นเหม็นเขียวของอะโวคาโดเลยทีเดียว บดอะโวคาโดผสมกับผงโกโก้ และเมเปิลไซรัป ใส่น้ำมันมะพร้าวออแกนิกส์ลงไปนิดหน่อย กลบกลิ่นด้วยวานิลลา ออกมาเป็นเนื้อมูสช็อกโกแลตทันที โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ ก็ได้เค้กมูสช็อกโกแลตเรียบร้อย
เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา คนรักสุขภาพ หรือคนที่กินอาหารคลีนต้องรู้จักเจ้าเมล็ดเจีย ธัญพืชเม็ดจิ๋วแต่แจ๋วมากประโยชน์เป็นอย่างดี ใครไม่รู้จักนี่ถือว่าไม่ใช่ตัวจริงคนรักสุขภาพแน่นอน หลายคนก็ค้นหาสูตรการกินเมล็ดเจียกันให้อึกทึกครึกโครม นอกจากจะกินเมล็ดเจียให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ก็ต้องหาวิธีกินเมล็ดเจียให้อร่อยด้วย แล้วจะหนีไปไหนล่ะคะ เพราะสูตรขนมหวานคลีน ๆ จากเมล็ดเจียที่เรานำมาฝาก อร่อยจนลืมไปเลยว่านี่คืออาหารเพื่อสุขภาพ
- เมล็ดเจียเนยถั่วบอล เมนูขนมสุดเฮลท์ตี้ อร่อยง่ายได้สุขภาพ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสมอาหาร บดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
2. นำส่วนผสมที่บดเข้าด้วยกันแล้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ
3. ใส่ภาชนะมิดชิดแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นก่อนรับประทาน
แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ของว่างกินเล่นแบบเน้นโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อให้เสียเวลา แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมในโปรตีนที่ซื้อมาอีกด้วยล่ะ
1. นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในเครื่องผสมอาหาร บดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
2. นำส่วนผสมที่บดเข้าด้วยกันแล้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ มาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ
3. ใส่ภาชนะมิดชิดแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นก่อนรับประทาน
แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ของว่างกินเล่นแบบเน้นโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อให้เสียเวลา แถมยังไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมในโปรตีนที่ซื้อมาอีกด้วยล่ะ
3. แพนเค้กคลีน
แพนเค้กที่เรากินกันบ่อย ๆ อ้วนมากนะคะขอบอก แต่ถ้ามาทางสายคลีนแล้ว เรามีวิธีปรับเปลี่ยนส่วนผสมนิด ๆ หน่อย ๆ จากแพนเค้กที่แคลอรีสูงปรี๊ดจนพุงล้น จะเหลือแค่แพนเค้กคลีน ๆ แคลอรีต่ำเตี้ย ต่อให้จะวางเรียงแพนเค้กสูงสักกี่สิบชั้น อย่างไรเสียพุงของเพื่อน ๆ ก็ไม่เพิ่มชั้นตามแน่ ๆ ค่ะ แล้วขอบอกเลยว่า ขนมแพนเค้กนั้นเป็นขนมฮอตฮิตอันดับแรก ๆ เลยที่คนกินคลีนเขานิยมทำกันเลยนะ มิน่าล่ะ สูตรแพนเค้กคลีนด้านล่างนี้เลย
- แพนเค้กเรดเวลเวทกับครีมชีสน้ำผึ้ง (Red Velved Pancakes with Cream Cheese Honey Glaze)
1. ผสมส่วนผสมของแห้งทั้งหมด คือ แป้งโฮลวีท แป้งมะพร้าว ผงโกโก้ ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ ร่อนรวมกัน พักไว้
2. ผสมแอปเปิลไซเดอร์กับนมถั่วเหลือง พักทิ้งไว้สัก 1-2 นาที จากนั้นก็นำส่วนผสมของเหลวที่เหลือทั้งหมดคือ น้ำผึ้ง ไข่ไก่ สีผสมอาหารสีแดง และกลิ่นวานิลลา ผสมให้เข้ากัน
3. ค่อย ๆ เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมของแห้ง ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ก็จะได้ส่วนผสมแบทเทอร์สำหรับทำแพนเค้ก
4. นำส่วนผสมตักลงไปทอดในกระทะเทฟลอน พอแป้งเริ่มมีฟองอากาศปุด ๆ ก็กลับด้าน ทอดให้สุกทั้ง 2 ด้าน
5. ทำครีมชีสโดยตีครีมชีสให้นุ่ม ผสมน้ำผึ้งลงไปให้เข้ากัน แต่ฟิล์มไม่ได้ตวงนะ ชิมเอาตามชอบ
1. ผสมส่วนผสมของแห้งทั้งหมด คือ แป้งโฮลวีท แป้งมะพร้าว ผงโกโก้ ผงฟู เบกกิ้งโซดา และเกลือ ร่อนรวมกัน พักไว้
2. ผสมแอปเปิลไซเดอร์กับนมถั่วเหลือง พักทิ้งไว้สัก 1-2 นาที จากนั้นก็นำส่วนผสมของเหลวที่เหลือทั้งหมดคือ น้ำผึ้ง ไข่ไก่ สีผสมอาหารสีแดง และกลิ่นวานิลลา ผสมให้เข้ากัน
3. ค่อย ๆ เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมของแห้ง ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ก็จะได้ส่วนผสมแบทเทอร์สำหรับทำแพนเค้ก
4. นำส่วนผสมตักลงไปทอดในกระทะเทฟลอน พอแป้งเริ่มมีฟองอากาศปุด ๆ ก็กลับด้าน ทอดให้สุกทั้ง 2 ด้าน
5. ทำครีมชีสโดยตีครีมชีสให้นุ่ม ผสมน้ำผึ้งลงไปให้เข้ากัน แต่ฟิล์มไม่ได้ตวงนะ ชิมเอาตามชอบ
- แพนเค้กสอดไส้ครีมงาดำรสช็อกโกแลต (Sesame Chocolate Stuffed Whole-Wheat Pancakes)
1. เตรียมไส้ก่อนนะคะ ตักครีมงาดำประมาณ 1 ช้อนชา ลงบนกระดาษไข เกลี่ยให้เป็นวงกลมแบน ๆ แต่ไม่ต้องแบนมากนะคะ ทำจำนวนเท่าปริมาณที่ใช้ นำเข้าช่องแช่แข็ง เตรียมไว้
2. จากนั้นหันมาทำตัวแป้งแพนเค้กโดยผสมทุกอย่างให้เข้ากัน (อย่าคนมากเกินไปนะคะ คนให้เข้ากันก็พอแล้ว) พอกระทะเทฟลอนเริ่มร้อนก็ตักแป้งลงบนกระทะ นำครีมงาดำมาวางไว้บนแพนเค้กแล้วตักแป้งทับลงไปบนตัวแพนเค้กอีกชั้น พอขอบเริ่มมีฟองอากาศแสดงว่าเริ่มสุกให้กลับด้านแพนเค้ก รอจนสุกทั้ง 2 ด้าน
3. นำแพนเค้กใส่ภาชนะ ตักเสิร์ฟคู่กับผลไม้ตามชอบได้เลยค่ะ ฟิล์มชอบทานกับกรีกโยเกิร์ตและสตรอว์เบอร์รี
4. ไอศกรีม
สมัยนี้เขาหันมาทำไอศกรีมกินเองกันแล้วค่ะ โดยเฉพาะวิธีทำไอศกรีมแบบไม่ใช่เครื่องที่ฮอตฮิตอย่างมากเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ การทำไอศกรีมเพื่อสุขภาพนี่สิคะ มาแรงจนไม่คาดคิดเหมือนกัน อะไรจะดีขนาดนั้น ทั้งเป็นไอศกรีมเพื่อสุขภาพได้แล้ว แถมยังไม่ต้องใช้เครื่องปั่นไอศกรีมให้ยุ่งยากอีกด้วย โอ๊ะ โอ... แบบนี้ก็ต้องลองสักหน่อยแล้ว
- ไอศกรีมช็อกโกแลต
1. นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นรวมกันจนเหนียว เทใส่พิมพ์
2. นำไปแช่ช่องแข็ง 2-3 ชั่วโมง
3. นำออกมาปั่นอีกรอบ และแช่อีก 2-3 ชั่วโมงก็ทานได้ค่ะ แต่ถ้าใครรีบเพียงรอบเดียวก็ทานได้เลยค่ะ การปั่นหลายรอบเพื่อความเหนียวของตัวเนื้อครีมค่ะ
2. นำไปแช่ช่องแข็ง 2-3 ชั่วโมง
3. นำออกมาปั่นอีกรอบ และแช่อีก 2-3 ชั่วโมงก็ทานได้ค่ะ แต่ถ้าใครรีบเพียงรอบเดียวก็ทานได้เลยค่ะ การปั่นหลายรอบเพื่อความเหนียวของตัวเนื้อครีมค่ะ
- ราสป์เบอร์รีซอร์เบต ไอศกรีมผลไม้เน้น ๆ เปรี้ยวปรี๊ดจี๊ดจ๊าด ไร้ไขมัน
1. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม ปิดไฟ พักไว้
2. นำราสป์เบอร์รีไปปั่นจนละเอียด (ใครไม่มีเครื่องบดอาหาร หรือ Food Processor ก็ใช้เครื่องปั่นเอาก็ได้ กะเอาปริมาณตามต้องการได้เลย คงไม่ต้องมากเพราะราสป์เบอร์รีมีรสเปรี้ยวมาก)
3. เทส่วนผสมราสป์เบอร์รีปั่นลงในน้ำเชื่อม
4. เติมเกลือลงไปเล็กน้อย คนผสมให้เข้ากัน
5. นำส่วนผสมมากรองเอาเม็ดออก
6. นำน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รีไปบ่มพักไว้ในตู้เย็นในช่องปกติ อย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืน (ยิ่งดี)
7. นำโถปั่นชั้นในที่มีเจลทำความเย็นไปแช่ช่องฟรีซ อย่างน้อย 12 ชั่วโมงก่อนนำมาปั่นไอศกรีม (หากแช่น้อยกว่านั้น จะไม่เกิดเป็นไอศกรีม)
8. เทส่วนผสมน้ำเชื่อมราสป์เบอร์รีลงไปในเครื่อง
9. เปิดเครื่องปั่นจนเป็นเนื้อไอศกรีม ประมาณ 30 นาที ปิดเครื่องดึงใบพัดออกแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซอีก 3 ชั่วโมง
10. ตักไอศกรีมใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
5. เครป
ขอปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งเมนูขนมที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเป็นขนมหวานคลีน ๆ กินแล้วไม่อ้วนได้อย่างเมนูเครป ใครจะไปเชื่อใช่ไหมคะ ? จากที่เราเห็นวางขายตามร้านเบเกอรี่เอาง่าย ๆ ก็คือ แป้งสลับกับครีม ! กินชิ้นเดียววิ่งรอบสนามหลวงกันเลยทีเดียว เอาล่ะ ๆ แต่ก็ต้องเชื่อแล้วค่ะ เพราะเรามีวิธีทำเครปให้กลายเป็นของหวานกินแล้วไม่อ้วนได้ในพริบตา
- เครปเค้กไข่ขาวไส้บานาน่าช็อกโกแลต (Egg-White Crepes Cake & Banana Chocolate)
1. นำแผ่นเครปไข่ขาวมาวางและค่อย ๆ ปาดครีมลงไป เสร็จแล้วก็วางแผ่นเครปอีกชั้น ทำสลับไปมาจนครบ
2. นำไปแช่ในตู้เย็นสักพักให้เซตตัว ประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อยค่ะ
3. พอจะทานก็ใส่ของที่ชอบตามต้องการเลยค่ะ ในรูปนี้ราดช็อกโกแลตไซรัปและโรยอัลมอนด์นิดหน่อย
2. นำไปแช่ในตู้เย็นสักพักให้เซตตัว ประมาณ 30 นาทีเป็นอย่างน้อยค่ะ
3. พอจะทานก็ใส่ของที่ชอบตามต้องการเลยค่ะ ในรูปนี้ราดช็อกโกแลตไซรัปและโรยอัลมอนด์นิดหน่อย
- เครปช็อกโกแลต (Chocolate Coconut Flour Crepes)
1. ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เตรียมไว้
2. ตั้งกระทะเทฟลอนใช้ไฟอ่อน ใช้น้ำมันหรือเนยเช็ดกระทะเทฟลอนนิด ๆ พอกระทะเริ่มอุ่น ๆ ไปทางร้อน เทส่วนผสมแล้วกลิ้งกระทะให้ส่วนผสมเป็นแผ่นกลม ๆ พอสุกแล้วพลิกกลับด้าน ก็จะได้แผ่นเครปที่พร้อมทาน
2. ตั้งกระทะเทฟลอนใช้ไฟอ่อน ใช้น้ำมันหรือเนยเช็ดกระทะเทฟลอนนิด ๆ พอกระทะเริ่มอุ่น ๆ ไปทางร้อน เทส่วนผสมแล้วกลิ้งกระทะให้ส่วนผสมเป็นแผ่นกลม ๆ พอสุกแล้วพลิกกลับด้าน ก็จะได้แผ่นเครปที่พร้อมทาน
• ในสูตรฟิล์มไม่ได้ใส่น้ำผึ้งลงไปเพราะว่าเอามาราดทานคู่กับโยเกิร์ตกับผลไม้ เพราะอยากได้อะไรฉ่ำ ๆ ให้ตัดกับเนื้อเครปหน่อย แต่ใครอยากผสมน้ำผึ้งลงไปในเนื้อแบทเทอร์เลยก็ได้นะคะ
แหล่งที่มา : https://cooking.kapook.com/view138835.html













ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น